หลงทางไปกับไกด์หยิน ณ Venice!

posted on 04 Aug 2016 00:19 by patnakan-pk directory Travel, Knowledge, Diary

tongue-outหลงทางไปกับไกด์หยิน ณ Venice , ITALYtongue-out

 

สวัสดีค่า *ยื่นหน้าออกมาจากซอกหลืบ* มาแล้วววว หลงทางไปกับไกด์หยิน ณ เวนิส!

 

หายไปนานเยย เราแค่ขี้เกียจกับหมดเรื่องจะมาเล่าแค่นั้นเอง ...ไม่  จริงๆมีเรื่องมาเล่าเยอะมาก

แต่แค่ขี้เกียจพิมพ์ อ้าว #เอดอกนี่ รูปอาจจะเยอะ เพราะถ่ายมาเยอะ แต่ดันไม่มีอะไรพิมพ์เยอะมากเท่าไหร่ บางรูปอาจจะไม่ค่อยสวย ขออภัยด้วยค่ะ ถ่ายรีบๆ ไปชมกันเลยยยยยย

 

พูดถึงเวนิส หรือในภาษาอิตาเลียน Venezia [เวเนเซีย]

ค่อนข้างจะเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างม้ากมาก ไม่ว่าจะต่อนักท่องเที่ยวไทยหรือจีนแผ่นดินใหญ่ก็ดี หรือแม้แต่คนอิตาเลียน!

รู้ไหมว่าคนอิตาเลียนบ้างคนไม่เคยไปเวนิสด้วยซ้ำ เหมือนกับคนไทยที่ไม่เคยเที่ยวครบ 77 จังหวัดค่ะ ก๊ากกก

 

พูดถึงเวนิส ละชอบมีวรรณกรรมเชคสเปียร์ติ๊งมาในหัว ‘เวนิสวาณิช’ ใครแปลกันหนอ คล้องจองดีแท้

แต่ก็เอาเถอะ เราไม่เคยอ่านแค่เคยได้ยิน /อ้าว

พล่ามอยู่นั้นแหละ เราควรจะมาเริ่มพูดถึงทริปนี้กันสักที!

 

โอเค เริ่มแรก เราไม่ได้จองตั๋วไปจากไทยแต่อย่างใดค่ะ เพราะงั้นไม่มีข้อมูลตรงส่วนนี้ แต่เราอาศัยบารมีโฮสต์ผู้น่ารักของเรา เย้ ดีใจมาก จู่ๆโฮสต์ก็บอกว่า เดี๋ยวเราจะไปเที่ยวเวเนเซียกันนะ...

หน้ายิ้มแป้นแล้วบอกอ้า โอเค ได้เลย ในใจนี่กระโดดไปดีใจ ณ กำแพงเมืองจีน โอเค พูดเวอร์ไป

 

ตอนเช้าวันถัดมา เรานั่งรถจากเมือง Bolzano ไปถึง Venezia ขับรถใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงได้ค่ะ เพราะมันก็ไม่ไกลกันมาก อีกอย่างเราหลับบนรถเพราะมึนหัว ตื่นมาอีกทีก็ถึงซะแล้ว 5555

 

แต่ความจริงการนั่งรถไฟไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ มีตั๋วตรงไปเวนิสโดยตรง เนื่องจากนักท่องเที่ยวเยอะ แต่จะมี เวนิสสองที่นะคะ จะอธิบายแบบนี้เนอะ

 

ก็คือ ถ้าขับรถไป เราก็อาจจะขับเข้าไปในเวนิสได้ค่ะ แต่เราคิดว่าค่าจอดคงจะแพงมาก ดังนั้น โฮสเราเลยเลือกที่จะจอดรถไว้ข้างๆสถานีรถไฟ  Venezia mestre แล้วค่อยซื้อตั๋วไป Venezia Santa Lucia (คือเวนิสที่มีกอนโดล่าและอื่นๆอีกมากมายนั่นเองค่ะ55555)

 

ตามรูปนี้เลยค่า ภาพปลากรอบจากอินเตอร์เน็ต

ซึ่งสถานี venezia mestre นี่แหละค่ะจะเป็นจุดรองรับนทท.ที่เพิ่งมาถึง ทั้งของกิน ทั้งจุดเปลี่ยนรถไฟบ้าง เพราะต่อจากนี้จะมีถนนที่ตัดยาวไปถึงตัวเวเนเซีย จริงๆก็ไม่ค่อยเรียกถนนค่ะ สะพานน่าจะดีกว่า ดูจากรูปนี้เลยนะคะ ค่าตั๋วถ้าจำไม่ผิด ไม่น่าจะเกิน 2 ยูโรค่ะ โฮสต์จ่าย เลยจำไม่ได้เลย ถ่ายรูปก็ดันมองไม่เห็นราคาตั๋วซะงั้น...

 

ระหว่างนี้โฮสเราก็ซื้อพิซซ่ากับปานิโน่ **ปานิโน่ก็ลักษณะเป็นขนมปังกับเนื้อ ไม่ก็ผัก เรียกง่ายๆก็แซนวิชค่ะ

เพื่อเอาไปกินก่อนในตอนที่เดินเล่นในเวนิส เพราะของในเวนิสแพงมากๆค่ะ แพงทุกอย่าง โฮสเราก็เลยไม่อยากจ่ายเยอะ เพราะสมาชิกในครอบครัวก็หลายคน ถ้าไปนั่งร้านอาหาร คงไม่ได้จ่ายอย่างอื่นแน่ๆ เพราะอาหารจานนึงเริ่มต้นที่ 5 ยูโรทั้งนั้นเลยค่ะ พวกปานิโน่อะไรก็แพง

คนยุโรปจริงๆถ้าเค้ามาเที่ยวเพื่อเอาบรรยากาศ ไม่ได้เที่ยวเพื่อความสบาย หรือตอนเกษียณ ส่วนมาก เค้าเซฟค่าอะไรได้ ก็จะเซฟไว้ก่อนค่ะ เพราะมันแพ๊งงงงงงงงงงง

 

ของกินพร้อม คนพร้อม จอดรถพร้อม ซื้อตั๋วพร้อม! ไปโล้ดดดดดดดด

 

และ 5-6-7-8 นาทีต่อมา.... จำไม่ได้ว่ากี่นาที.. พวกเราก็ถึง Venezia อย่างสมบูรณ์ ! เฮฮฮฮฮฮฮฮ

ออกจากรถไฟมา เค้ามาในตัวสถานี คนเยอะมากๆค่ะ ระวังกระเป๋าสัมภาระกันด้วยนะคะ แอตเทนชั่นยัวร์แบ็กพลี่สสสสส

 

คนเยอะมากๆ และอากาศร้อนมาก.....

 

คนเซลฟี่ถ่ายรูปกันเยอะแยะตั้งแต่ออกจากสถานีมาเลยค่ะ เสียดายที่ตอนนั้นมีหลายจุดที่สะพานปิดปรับปรุง ทัศนยภาพเลยไม่ค่อยสวยงามเท่าที่ควรจะเป็น แต่ก็เอาเถอะเนอะ เราได้มาแล้ว ถึงไม่ใช่เมืองในฝันอะไรขนาดนั้น แต่อย่างน้อย เราก็ได้เก็บเมืองอีกเมืองไว้เป็นความทรงจำ แถมเอาไปอวดเพื่อนที่ไทยได้ด้วย ฮ่า! #เดี๋ยว...

 นี่เป็นภาพตอนออกมาจากสถานีรถไฟค่ะ

 

ถ้าหากอยากเที่ยวเวนิสอย่างมีความสุข มีกฎง่ายๆ 3 ข้อเท่านั้นค่ะ

1.มากับผัว .. (ถ้าใช้คำหยาบไปสามารถเปลี่ยนเป็น แฟน สามี เพื่อนชาย ได้ตามสบายค่ะ)

2.รวย

3.กลับไปอ่าน 1 และ 2 ใหม่

 

//โดนคนอ่านตบหัวดังป้าบ

 

เหตุผลก็คือ.....

 

น้ำที่เวนิสเขียวชอุ่มมากกกกกกกกกกกก มรกตมากกก โอ้โห พระเจ้าช่วยใครทอดกล้วยแล้วตกลงไปหมักหมมในแม่น้ำเหล่านี้ยยยยย์ นั่งกอนโดล่าทีนี่จะไม่เหม็นเหรอคะ คือมันเขียวแบบ...

ดังนั้น จึงต้องหาคนรัก แฟน สามี ภรรยา ฮันนี่เบบี๋ไปด้วยนะคะ จะได้สวีทหวานกันจนน้ำเน่ายังเห็นเงาพระจันทร์ จะได้ลืมความเหม็นขื่นขมคอของเกาะเล็กๆนี้ 555555555555

 

ส่วนข้อรวยก็คือ อย่างที่บอกไป เมืองนี้อะไรก็แพงค่ะ กอนโดล่า ราคาเริ่มต้นที่ 40 นาที 80 ยูโร (คูณสี่สิบบาทไปค่ะ!!)

แพงจนนี่ไม่กล้านั่ง ... ขืนนั่งเรือ กูหมดตูดพอดี....

 

แต่ก็อย่างว่าแหละค่ะ เป็นสัญลักษณ์ของเมือง และสิ่งที่น่ารักก็ของกอนโดล่าคือ คนพายเรือจะเป็นชาวท้องถิ่นค่ะ เขาจะใส่เสื้อลายขวาง ขาวดำ หรือสีอะไรก็ได้ แต่จะเป็นลายขวางสลับกัน พร้อมกับหมวกแบบเดียวกัน บางจุดเค้าก็จะร้องเพลงเรียกลูกค้า น่ารักมากๆเลยค่ะ XD เห็นแล้วอยากเดินไปต่อราคา.. /ลุงขว้างไม้พาย

 ในรูปเป็นลายแดงขาวค่ะ แต่ส่วนมากที่เราเห็นจะเป็นขาวดำเสียมากกว่า

 

 

แหม จริงๆไปที่ไหนถ้ารวยก็เที่ยวมีความสุข เนอะ 555555555555555

เป็นมุกขำๆค่ะ ไปที่ไหนเราก็มีความสุขได้ทั้งนั้นแหละ มาต่อดีกว่า

 

นอกจากกอนโดล่า พี่เวนิสของเราก็ยังมีหน้ากากแฟนซี และเครื่องแก้วมูราโน่ค่ะ

หน้ากากแฟนซีช่วงปลายกุมภาพันธ์ถ้าใครมาเที่ยวเค้าจะมีงานคาร์นิวัลค่ะ ยิ่งใหญ่มาก แต่เราอดไป...

ส่วนเครื่องแก้วมูราโน่ ก็สวยมากค่ะ แต่ราคาโคตรจับต้องไม่ได้.... แพงเป๋าฉีก

เครื่องแก้วมูราโน่ ผลิตจาก เมืองมูราโน่ค่ะ (เมืองเล็กๆอยู่ข้างๆ) ก็คือ นทท.ส่วนมาก หลังจากเที่ยวเวนิสเสร็จ เขาอาจจะนั่งเรือไปเที่ยว บูราโน่ และมูราโน่ค่ะ เมืองสองเมืองนี้จะมีตึกหมู่บ้านเล็กๆเป็นสีฉูดฉาดค่ะ สวยมาก.... แต่โฮสไม่มีเวลาเลยไม่ได้พาเราไป นกกกก แงงงงงงงงงงง

ถ้าใครอยากซื้อกลับมาก็ระวังด้วยนะคะ แก้วสวยมากแต่ก็เปราะบางได้ง่ายมาก

 

แล้วก็แถวๆ จตุรัสซานมาร์โค่จะมีคนวาดภาพขายค่ะ เราไปโดนมาภาพสีน้ำ ขนาดเล็กกะจิ๋วหลิว 10 ยูโร... ไม่รู้ย้อมแมวขายไหม แต่ก็ซื้อมาแล้ว...ภาพสีน้ำมันก็มีค่ะ คิดซะว่าถ้าได้หลอกแต่ภาพมันก็ยังสวยอยู่.... ก็สวยค่ะ ถ้าชอบงานวาดรูปซื้อมาประดับบ้านก็สวยมากๆ 

 

อ้อ ลืมบอกไป ทุกคนคงรู้อยู่แล้วเนอะ ว่าการเดินทางในเวนิส มีไม่กี่ทาง คือ การเดิน และลงเรือกอนโดล่า แต่ถ้าคนที่อาศัยอยู่นั่น เค้าจะใช้เรือในการไปไหนมาไหน ใช้รถไม่ได้เลย เพราะถนนในเวนิสเล็กมาก ขับอะไรไม่ได้เลย แล้วร้านขายของก็เยอะมากๆด้วย

เพราะฉะนั้นก็ฟิตขามาเยอะๆก็ดีค่ะ แต่พอเดินในเวนิสไป เห็นอะไรก็สวยงามไปหมด เดินไกลเท่าไหร่ก็ไม่เหนื่อยเลยค่ะ แค่แอบร้อนกับต้องอดทนคนเยอะแค่นั้นเอง

 

พูดถึงเรื่องของที่ระลึกซักหน่อย ถ้าเดินไปดีๆจะเจอร้านขายแมกเนทติดตู้เย็น 7 อัน 10 ยูโรบ้าง บางร้านก็ 5 อัน 7 ยูโร ถ้าเดินไปจนสุด มีเวลาเดินแล้วอยากได้ราคาดีๆก็หาเถอะค่ะ จะได้ไม่เสียใจซังกะตายแบบเรา มันทรุดมากจีจี...

เรื่องนี้ทำเราสะเทือนใจมากค่ะ.... แถมสะเทือนใจกว่านั้นอีกเมื่อตอนกลับมาถึงบ้าน พลิกดูด้านหลัง เขียนว่า..

“Made in P.R.C”

อยากจะตะโกนคำว่า -วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ดังๆ

ทำไมทำกับน้องอย่างนี้คะคุณพระ!!! น้องจะไม่ทน! พี่จะบินข้ามมหาสมุทรแล้วเปลี่ยนราคาเป็นหยวนให้กลายเป็นยูโรอันแพงแสนแพงไม่ได้นะคะ!!! ฮือออออออออ

 

ส่วนหน้ากากแฟนซี มีตั้งแต่เล็กมากๆตกแต่งบ้าน ใหญ่ยักษ์ไปจนถึงไซส์ขนาดเท่าหน้าบานๆของพวกเราเลยค่ะ...

เสียใจที่สุดคือหน้ากากมีดั้ง แต่กูไม่มีดั้งเนี่ยแหละ อิผีเอ้ย...

 

เขียนเรื่องอะไรอีกดี เพราเมืองนี้ก็เดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ชมสถาปัตยกรรมบ้านเขาไปเรื่อยๆ

เวนิสตึกส่วนมากจะมีหน้าต่างแบบนี้เหมือนกันทุกบ้านค่ะ และเป็นส่วนใหญ่ซะด้วย ถือเป็นสัญลักษณ์เลย

รวมไปถึงสัตว์ที่เป็นไอค่อน(?) ประจำเมือง เค้าก็มีนะคะ เรียกว่า Leone alato ค่ะ เลโอเน่แปลว่าสิงโตค่ะ alato คล้ายๆอะไรสักอย่างที่มีปีกค่ะ เลยกลายเป็นรูปนี้ จริงๆถ่ายไว้ค่ะ แต่พอมาค้นอีกที หายไปแล้ว สงสัยลบออกตอนเครื่องเต็ม...

 

รูปปลากรอบจากเน็ตนะคะ...

 

เดินเข้าไปลึกๆหลังจาก piazza san marco จะมีปราสาทค่ะ เรียกว่า Castello (sestiere di Venezia)

เราก็เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะ ว่ามันมีปราสาทเล็กๆด้วย ก็เลยได้รูปนี้มาค่ะ ไม่ค่อยได้ถ่ายมาเยอะ เพราปราสาทค่อนข้างใหญ่เป็นกำแพงใหญ่กั้น กล้องไอแพดกากๆของเราเลยถ่ายไม่ค่อยจะได้อะไรเท่าไหร่ 555555

 

เดินไปโฮสเราเลยเจอร้านขายมูราโน่ ไม่รู้อะไรดลใจให้โฮสอยากซื้อของฝากไปให้โฮสซิสคนโต เราก็เลยเข้าไปดูในร้านด้วย

โฮสเลยซื้อต่างหูให้ซิส สวยมากค่ะ แต่ราคาแพงมาก... เจ้าของร้านทำเองเลย มิน่าโฮสเราเลยซื้อ เพราะร้านอื่นเขารับมาอีกที ทีนี้โฮสเราเลยกะจะซื้อจี้ตัวอักษรชื่อเราให้ด้วย เลยให้เราเลือก พอจะจ่ายตังค์ ป้าเค้าไม่คิดเงินค่ะ

เพราะเค้าบอกมันขายไม่ออกนานแล้ว พูดแล้วก็สงสารนะคะ วันๆใครเข้าจะเข้ามาซื้อบ้าง ทำเลไม่ค่อยดี แถมมีคู่แข่งอีกเป็นสิบ แต่ป้าเค้าใจดีค่ะ เค้าคุยกับโฮส เค้าเลยรู้ว่าเราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไทย ป้าเลยให้เป็นของขวัญค่ะ เราดีใจมากมาก เป็นโมเม้นที่ดีในเวนิสเลย ฮือ พอนึกออกแล้วเอามาเขียนก็ยังดีใจไม่หายเลย

 

เราไปนั่นก็หมดค่าของกินเล็กๆน้อยๆพวกเจลาโต้ ค่าโปสการ์ดที่เราเหมามาจนโฮสตกก๊ะใจ(โปสการ์ดเป็นอย่างเดียวที่ถูกแบบน่าเหลือเชื่อ 10 ใบ 2.5 ยูโร รออะไรละคะ ดิชั้นโกยเอาหมดค่ะ555555555) ค่าแมกเนท ส่วนที่เหลือโฮสเราเน้นเที่ยวแบบเรียบง่ายค่ะ เลยไม่ได้แวะมากมาย

 

 

ร้านตักไอติมสวยม๊ากกกกกกกก ปกติจะแปะมาเละๆ 55555555

ไปเวนิสอย่าลืมไป Piazza San Marco นะคะ สำคัญมากๆ นักท่องเที่ยวส่วนมากก็เดินไปตรงนี้กันแหละ แล้วก็มี..เอ่อ..คิดว่าเป็นโบสถ์นะคะ โฮสเราอธิบายว่าข้างในเป็นสีทองสวยมากๆ

จริงๆถ่ายมาเยอะพอสมควรค่ะ แต่มีแต่หน้าเราในนั้นเพราะโฮสถ่ายให้ โฮสบอกถ่ายแต่วิวทำไม แล้วหน้าเรามันเด๋อมาก ไม่เอาลงละกัน 5555555555555555

 

แต่พอเราดูจำนวนคนบวกกับสภาพแดดแล้ว เราไม่อยากยืนรอต่อคิวค่ะ... คิวยาวมากกกกกกกกกก ถ้าใครอดทนอยากชมความงามก็ต้องรอกันหน่อยนะคะ ไม่อยากเลยค่ะ ตรงไหนคนต่อแถวเยอะๆก็ไปต่อได้เลย หาไม่ยาก

อันนี้ไม่รู้เกี่ยวไหม แต่วัยรุ่นอิตาลี รวมไปถึงแก๊งนักเรียนแลกเปลี่ยนหลายๆคน มาเวนิส และที่ขาดไม่ได้คือการไป...

“Hard Rock Café”

เราเห็นคนใส่เสื้อโลโก้ร้านนี้เยอะมากค่ะ ตอนที่เดินผ่านนี่โหยยย คนเต็มร้านเลย

ร้านช้อปปิ้งในเวนิสก็มีเยอะมากค่ะ รวมทั้งมีตลาดขายผักย่อมๆด้วย ผสมกับบูธขายของที่ระลึกบ้าง วันนั้นเราเห็นคนขายหินฟอสซิลไรพวกนี้ด้วยค่ะ เอามาจากไหนน่ะ ตำรวจไม่จับเรอะ 5555555

 

 

ส่วนมากร้านอาหารในเวนิส เราไม่ค่อยชอบเลยค่ะ คือเค้าจะมีโต๊ะให้นั่งริมน้ำ ไม่ก็ข้างนอก แล้วคนก็เดินผ่านไปมา เหมือนนั่งกินข้าวให้คนดู แต่ฝรั่งเค้าดูชอบมากเลยค่ะ พวกแกไม่อยากมีความส่วนตัวเวลาอ้าปากกินข้าวเหรอ กินไปคนก็มาเซลฟี่ข้างๆไรเงี้ย ไม่รำคาญเหรอ 555555

 

ไม่มีไรละ ดูรูปรอบๆเวนิสเท่าที่ถ่ายมาได้นะคะ

สะพานอันนี้ ชื่อว่าสะพานแห่งการถอนหายใจค่ะ เพราะด้านขวาในสมัยก่อนเป็นคุก คนที่มานี่เลยเศร้าเสียใจไปซะหมด ถอนหายใจกันเยอะแยะ 55555555 เสียดายมีหัวป้าคนจีนมาทำลายทัศนียภาพรูป 55555555555 (ข้อมูลอาจผิดพลาดนิดหน่อยเพราะเราฟังจากโฮสมาด้วยภาษาอิตาเลียนที่ง่อยมากๆค่ะ....)

 

เวนิสไม่มีรถติด มีแต่เรือติดค่ะ 5555555555

 

ที่เดียวกันแค่ถ่ายตอนกลางวันกับตอนเย็นค่า

 

และในเวนิสก็จะมีคนแต่งตัวแฟนซี หน้ากาก เพื่อให้คนมาถ่ายรูปค่ะ ไม่ให้เงินอย่าไปถ่ายให้เค้าเห็นตรงๆนะคะ เคยเจอแบบตะโกนด่าคนที่ถ่ายแต่ไม่ให้เงินด้วยค่ะ น่ากลัวจริมๆ......

 

รีวิวเวนิสฉบับนี้คงไม่ได้มีสาระอะไรมาก เที่ยวไปแบบตามใจฉัน อยากหลงทางไปกับไกด์หยินต่อไป ฝากกดโหวตและอ่านเอนทรี่อื่นๆและติดตามตอนต่อไปได้นะคะ อิอิ สัญญาว่าจะไม่ขี้เกียจและจะมาอัพบ่อยๆเด้อ คนเข้ามาอ่านเกือบ 70000 วิวแล้ว ไม่อยากย้ายบ้านเลยอะ...เสียดาย 555555555

ขอบคุณที่ติดตามค่า เจอกันใหม่เอนทรี่หน้านะคะ รัก <3

 

ไอจีตอนนี้ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนในอิตาลีแล้วค่ะ กลับไทยแล้ว ลาก่อยชีวิตสิบเดือนอันแสนหรรษา แต่ทั้งยังอยากไปฟอลอินสตาแกรม เชิญได้นะคะที่ :  patnakanpk

หรือเพจอันสุดแสนจะร้างของเรา : วันนี้มีเรื่องมาเล่า

 

ไปละค่า ฟิ้ววววววววว

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

มีแผนที่ ภาพดีๆ และเนื้อเรื่องที่น่าอ่านมากเลย

อิตาลีเป็น 1 ในที่ที่ตั้งใจจะไป

ยังไม่เคยไปเลย

ขออ่านจากบล็อกก่อนนะครับ