1/2 of my journey.

posted on 15 Jan 2016 19:24 by patnakan-pk directory Knowledge, Diary

สวัสดีค่า

เอนทรี่นี้เราอยากทำขึ้นก็เพราะว่า เราอยู่อิตาลีได้เกือบครึ่งทางแล้ว ห้าเดือน

 เราเขียนไว้เผื่อว่าวันกลับที่ครบสิบเดือน กลับมาอ่านงานของตัวเองตรงนี้จะรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปไหม

 

สิ่งที่เราได้เรียนรู้ตลอดเวลาห้าเดือนที่ผ่านมา ห้าเดือนที่อยู่ด้วยตัวเอง ห่างจากประเทศไทยไม่รู้กี่หมื่นไมล์ มาเอาชีวิตรอดที่นี่จะเป็นแบบไหน

 

อ้างอิงจากสถานการณ์ตัวเองค่ะ อาจมีพาดพิงคนอื่นบ้างนิดหน่อย ถือซะว่าอ่านไดอารี่คนบ้าๆบวมๆละกันนะคะ

 

1.เรียนรู้ที่จะไม่อิจฉาคนอื่น

หนึ่งล่ะ ต่างคนต่างอยู่ คนละเมือง คนละโฮส คนละโรงเรียน สภาพแวดล้อมก็ไม่เหมือนกัน

ไม่ใช่อิจฉาแบบอยากจับมาทึ้งหัวนะคะ แต่อิจฉาแบบเราอยากเป็นแบบนั้นบ้างอะไรงี้ ๕๕๕๕

เอาง่ายๆแค่สเตตัสที่เขาตั้งเป็นภาษานั้นๆ เขาพูดได้ เขาถ่ายรูปอะไรก็โพสต์ลง เราห้ามตัวเองไม่ให้อิจฉาเขาไม่ได้หรอก แต่เราต้องเรียนรู้ว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ เพราะ.

.
.
.

.
.

.
อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน เติมความคิดสติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝันนนนนน /จงอ่านใส่ทำนอง

*โดนโบก*

 

2.เรียนรู้ที่จะคิดถึงอาหารไทย...และรักประเทศตัวเอง

 

เราจะรู้สึกรักประเทศตัวเองมากขึ้น แค่เห็นคำว่า Thailand ในสื่อ สิ่งพิมพ์ ทีวี เรายังแบบภูมิใจว่า

 

นี่มันเป็นประเทศของเรา มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก อยู่ดีๆความรู้สึกแบบนี้มายังไงไม่รู้ อยู่ดีก็ฮึดขึ้นมา 55555555

 

คนไทยอันน้อยนิดเหมือนโอเอซิสในทะเลทราย แค่ได้พูดไทยกับเขา เขาเข้าใจเรา เรายังรู้สึกดีมากๆอ่ะ

 

แล้วอาหารนะ อาหารไทยนี่ที่สุดแล้ว ไม่ได้ยอประเทศตัวเอง แต่มันมีทุกรสชาติ เปรี้ยวหวาน มันเค็ม เผ็ด

 

หาไม่ได้ที่ประเทศอื่น ขนาดข้าวรูปร่างแบบเดียวกัน ยังรู้สึกรสชาติมันบ่ใช่อ่ะ ขนาดกะเพราไข่ดาวโง่ๆยังเป็นอาวุธสังหารอันร้ายแรง

ด้วยเหตุนี้กระเป๋าเสื้อผ้ากูก่อนมา แทบไม่มีเสื้อผ้า เกินครึ่งอุดมไปด้วย โลโบ้ คนอร์ พริกแกง น้ำพริก กะปิ....

 

กูเอากะปิมาทำสากกะเบืออะไร ครกไม่มี…

 

ทักษะการทำอาหารก็จะเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด ใส่น้ำ ใส่ผัก ใส่เนื้อ เทโลโบ้ อร่อย

ไม่ใช่แค่ทำให้ตัวเองแดกได้ แต่ต้องทำให้โฮสแดกได้โดยที่ไม่ท้องเสียด้วย

 

ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ในการ ขอบพระคุณบริษัท โลโบ้เป็นอย่างยิ่ง ที่อยู่คู่เคียงข้างนักเรียนไทยในต่างแดน   

ผลิตภัณฑ์ของคุณได้ช่วยกอบกู้เอกราชให้คนไทยไกลบ้านเป็นอย่างยิ่ง เราพร้อมที่จะสนับสนุนคุณต่อไปค่ะ

 

3.เรียนรู้ที่จะหาความสุขง่ายๆให้ตัวเอง

เพราะนักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนต้องมีปัญหา อิเหี้ย ไม่เอาแล้ว กูจะกลับบ้าน พอ พอ!!

แต่เรายังไงเราก็กลับไม่ได้ (เพราะแม่กูจ่ายมาเยอะ) เราจึงต้องหาความสุขเล็กๆน้อยๆที่ทำให้เราอยากอยู่ต่อ

สำหรับเราคือ....

.
.
.
.
.
ผู้ชายจ๊ะ 5555555555555555555555

แก คิดดูสิ อยู่ไทยแกจะหาได้หรอ เดินไปไหนก็เจอแต่หนุ่มตาน้ำข้าว ผมบลอนด์ ตาฟ้า ผมน้ำตาล เลือกเอา มีให้เลือกเป็นแคตตาล็อก บางคนยังกะหลุดมาจากนิตยสารโว้ก ดิฉันก็ใจสั่ลลลลลลลลล

 

คือกูก็เลือกเขาได้อ่ะนะ แต่เขาไม่เลือกกูแค่นั้นเองแหละ 555555555555555

 

4.เรียนรู้ที่จะแหกกฎ...

ข้อนี้แอบเลว อาจจะสำเร็จ หรือโดนจับได้ ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นของแต่ละบ้าน…

 

แต่มันเป็นฟีลที่หฤโหดมาก

 

เหมือนมีคนจับมึงผูกติดรถไฟเหาะ แล้วขึ้นไปสูงๆ แล้วก็ทิ้งมึงลงมา

ถ้ามีเบาะมารองรับมึงก็รอด แต่ถ้าไม่มี...

 

มึงตาย

 

 

ละกูลองมาแล้ว

 

 

ตาย....

 

จะโดน Early Return ตั้งแต่ยังไม่สองเดือน

ภูมิใจในตัวเองจริงๆ

 

กูนี้มัน...........

 

เฟี้ยวเงาะ

 

 

เพราะกูคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนไทย แต่มันไม่เล็กสำหรับคนที่นี่ ...

 

5.เรียนรู้ที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

จริงๆข้อนี้ก็ยังทำไม่ได้มากหรอกค่ะ พยายามอยู่ วันนาบีอยู่ 5555555555

 

คนไทยจำนวนไม่น้อยเลยค่ะ ที่คอยจิกกัดว่า มึงอะนะทำอย่างนั้นเป็น? เลิกทำเถอะ มันไม่เหมาะกับมึง เจียมสังขารตัวเองเถอะ บลาๆ

 

ไม่ได้จะดูถูกประเทศตัวเองนะคะ แต่เพราะเรายังทำแบบนี้อยู่ มันเลยยังไม่มีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นในบ้านเรา

 

แต่พอเรามาอยู่นี่ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก อยากทำไรก็ทำ ไม่มีใครยุ่งด้วย นั่นเป็นเรื่องของคุณ ถ้าคุณทำดีเราก็พร้อมสนับสนุน

 

เรื่องง่ายๆอย่างการแต่งตัว ต่อให้คนที่เขาไม่สวยมาก เขาแต่งตัวจัดมาโรงเรียนเลย เราก็ยังไม่เคยเห็นใครพูดออกมาให้เขาเสียความรู้สึก คนที่นี่เลยมั่นใจในตัวเองมากๆค่ะ

 

เรื่องในห้องเรียน ทุกคนก็มีสิทธิออกความเห็นในแบบของตัวเอง บางทีทั้งคาบนั่งถกปัญหากันจากทอปปิคเดียวจนหมดคาบ

 

อย่างเวลาสอบ เราไม่เคยสอบผ่าน เราแปลไม่ออก เขียนก็ไม่ค่อยได้ ได้ศูนย์ ครูก็ยังมาชมเราว่าเก่งแล้วๆ ครั้งหน้าเอาใหม่นะ

เราพูดผิดแกรมมาร์ พูดซี้ซั้วะ เขาก็ชม ไม่มีการดูถูกเลย เรารู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก /ร้องไห้แป๊บ

 

เรามาอยู่นี่ห้าเดือน เราก็เริ่มคิดละว่าเราควรจะหาทักษะอะไรทำสักอย่าง จะได้ไม่ลอยไปลอยมาปะปนไปทั่ว ๕๕๕

เราเป็นคนไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองค่ะ แต่มั่นมากว่าเราสวย #อ้าวอี 55555555555555555

 

6.เรียนรู้ที่จะระวังคนแปลกหน้าค่ะ

โฮมเลสของเงิน คนมาชวนคุย คนเอาของให้ละคิดเงินทีหลัง คนตามสถานีรถไฟบ้าง

เราเจอเรื่องแปลกๆเยอะมาก สงสัยเป็นคนหน้าตาโง่ๆ เลยโดนหลอกคุยบ้าง โดนฝรั่งด่าก็มี

จริงๆมันเป็นสีสันนิดๆค่ะ บางทีก็คิดว่าเอ้อ ถ้าไม่มีคนมาทำกับเราแบบนี้ เราคงจะไม่มีประสบการณ์เลวร้ายมากหรอก

ถ้าใครเคยอ่านบล็อกตอนเก่าๆของเรา จะรู้ว่าวีรกรรมของคนเหล่านี้สะพรึงมาก ถ้าเล่าตรงนี้มันจะดูเป็นการออกป่าเขาลำเนาไพรไปหน่อย เราพยายามเพลาๆลงละ เราเป็นคนพูดเวิ่นเว้อไม่จบไม่สิ้น 5555

 

แต่คนแปลกหน้าเจ๋งๆก็มีนะคะ นี่เราขายของ เราถ่ายรูปคนแปลกหน้าที่เขามีความสามารถดีๆไว้ในอินสตาแกรมแอคนี้

สามารถเข้าไปกดฟอลได้นะคะ :D > @Strange_Sconosciuti

 

(Sconosciuti เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า Stranger )

 

7.เรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียว แต่เข้าสังคมให้เป็น

เหตุผลหลักๆที่เราจะโดน ER คือ เราเล่นโทรศัพท์มากเกินไป แล้วไม่ยอมปรับตัวกับครอบครัวค่ะ

 

เราคิดว่านักเรียนแลกเปลี่ยนคนอื่นๆคงไม่มีปัญหาแบบเราหรอก ._.

แต่พอเราโดนแบบนี้ เราเลยต้องเริ่มพูดค่ะ จริงๆเป็นคนพูดมากอะ แต่ต้องมีคนชวนคุยก่อน

ต้องพูดกับคนอื่น มีสังคม แต่ในขณะที่มีปัญหาก็ต้องอยู่คนเดียวให้เป็น  มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆค่ะ

 

เรามาอยู่ไกลบ้าน ไม่มีใครเข้าใจเรา พ่อแม่ก็อยู่ไทย ห่างกันกี่ไมล์ แค่คิดว่าเลิกเรียน ทางกลับบ้านก็ไม่ใช่ทางเดิมแล้ว

เล่าให้ใครฟังที่ไทย เขาก็ไม่เข้าใจเราเท่าไหร่ สิ่งที่ทำได้คืออดทน 10 เดือนเอง แค่ตดก็หมดเวลาแล้ว #เดี๋ยวๆ 

 

เราต้องทำยังไงก็ได้ ให้เราอยู่คนเดียวได้แล้วมีความสุข จะสุขมากสุขน้อยหรือมีเดียมแรร์(อีสัส มุกหรือเปลือกหอย)

 

ในเวลา 10 เดือนนี้ ต้องสตรอง สตรอง เท่านั้นค่ะ

 

8.เรียนรู้ที่จะกรี๊ดใครสักคน...

 

ฮันแน่ ท็อปปิคนี้กระแทกใจพวกหร่อนใช่มั้ย

ชั้นรู้ ผู้ชายที่นี่เขาหล่อนี่นะ ใครโชคดีก็ได้กลับบ้าน ใครโชคไม่ดีอย่างอีหยินก็ได้แห้วปลอบใจ อย่างน้อยก็อิ่มตาอิ่มใจอ่ะนะ มีกำลังใจอยู่ต่อ #อุต๊ะ

 

 

9.เรียนรู้ที่จะคิดถึงบ้าน

 

อยู่ไทยคงไม่ค่อยอยากอยู่บ้านหรอก แต่พอมาอยู่นี่คิดถึงบ้าน คิดถึงเตียงนอนที่บ้าน คิดถึงกับข้าวแม่ ถึงแม้กูจะกลับบ้านแค่เสาร์อาทิตย์ก็เถอะ

 

เคยดู inside out ฉากนึง เพดานมีดาวเรืองแสง อยู่ห้องที่บ้านก็มี รู้ไหมกูเป็นยังไง.

.

.

.

.

ร้องไห้จ้า...

 

 

ตอนแรกไม่คิดเลยว่าจะโฮมซิค แต่พอเจออะไรที่เป็นปัญหาเยอะๆ สิ่งแรกที่คิดถึงก็คือบ้าน คิดถึงประเทศ

 

เดินไปไหน ออกนอกบ้าน คนพูดภาษาไทย คนไทยที่เข้าใจคนไทย

 

มันคิดถึงจริงๆนะมึง ชีวิตที่ไม่ต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมอื่น มันสบายใจจริงๆนะพวกแกร

 

 

10.เรียนรู้ที่จะรักพ่อแม่มากขึ้น

 

แม่บอกว่า เออหยินโตขึ้นนะ ดูเป็นผู้เป็นคน คุยรู้เรื่องขึ้น 5555555555 นี่แม่ชมหรือด่า คิดว่าเป็นคำชมละกัน ก๊ากกก

 

บางทีพ่อแม่ส่งข้อความมาถามบ่อยๆ อยากคอลวิดิโอ ก็มีแอบรำคาญ แต่ใจนึงคิดว่า กูอยู่ไกลจากพ่อแม่กี่ไมล์ กี่กิโล เขาก็ต้องเป็นห่วงเราสิวะ กูก็อายุแค่มัธยม พ่อแม่คงคิดว่าเราคงดูแลตัวเองไม่ได้มากขนาดนั้น

 

อีกประเด็นคือ

 

 

เงิน555555555555555555555

 

ช่วยมีสาระเกินหนึ่งนาทีจะได้ไหม 5555555

 

ท่านคือตู้เอทีเอ็มและกองทุนการศึกษาของเราค่ะ เราอยู่ไกลสิ่งที่ช่วยให้เราเอาชีวิตรอดได้คือเงิน ค่าครองชีพก็สูง

 

ประโยคที่คุยกับแม่บ่อยๆ ก็

 

 

แม่ขอตังค์หน่อย…

 

 

 

ใช้เงินเหมือนพ่อแม่เป็นสุลต่าน ใช้เงินเหมือนน้ำ ไม่สิ ขนาดน้ำยังใช้น้อยกว่าอีก อาบวันละครั้ง 5555

 

กูว่าไม่ใช่ละ ประเด็นเงินคือ พ่อแม่จ่ายให้เรามาเยอะมาก อย่างบ้านเราแม่ก็ไปกู้มา ยังไงก็กลับไม่ได้

พ่อกับแม่ของเรา เราคิดว่าท่านน่าจะคิดแบบนี้

 

ใช้เงินซื้ออนาคตให้ลูก

ใช้เงินซื้อความเป็นผู้ใหญ่ให้ลูก

ใช้เงินซื้อประสบการณ์ให้ลูก

 

 

เพราะท่านมั่นใจว่ากลับมา เราจะเป็นคนใหม่ ความคิดใหม่ๆ ประสบการณ์ทั้งหมดใน 10 เดือน จะหล่อหลอมให้เราเป็น The fat ได้...เห้ยไม่ใช่ 5555555

จริงๆก็เดอะแฟทแหละ 5 เดือนขึ้น 10 โลแล้วอะ จะร้องไห้ ของกินเยอะ ต้องเรียนรู้ที่จะน้ำหนักขึ้นด้วย..

 

ออกทะเลอีกแล้ว 555555555

 

ถ้ามีผู้ใหญ่บางคนได้เข้ามาอ่าน

อยากบอกว่า อย่ามัวแต่คิดว่าจะเสียเงินเป็นแสนๆแล้วไม่ได้อะไรกลับคืนไป

อาจจะไม่ได้อะไรคืนไปมากมาย แต่ลูกๆของคุณเขาจะรู้จักตัวเองมากขึ้นจริงๆค่ะ ท่านอาจจะรู้สึกได้ว่า ลูกๆของท่าน พูดรู้เรื่องขึ้นเหมือนพ่อแม่หนูก็ได้ 5555555555

 

ความรักคือการลงทุนนะคะ ถึงจะขาดทุน แต่อย่างน้อย ก็ได้ลองทำอะไรสักอย่าง

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน…. ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

 

แต่หนูเชียร์ให้คุณพ่อคุณแม่ลงทุนค่ะ smile

 

กูเหมือนคนขายตรงเลยอ่ะ ...

 

 

สิ่งที่เราอยากพูดก็มีประมาณนี้ อาจจะลืมๆไปบางข้อ โอเคว่า เราอาจจะไม่ใช่นักเรียนแลกเปลี่ยนที่ดีอะไรขนาดนั้น ยังอยู่ไม่ครบปี ยังมากระแดะเขียนอะไรแบบนี้ 55555 แต่เราแค่อยากเล่าให้ฟังเฉยๆ.__.

 

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ

 

- ภัทรณกัญเองค่ะ อิอิ

 

 

#PatnakandiJourney

Comment

Comment:

Tweet